กองปราบตามรวบหัวหน้าแก๊ง “ปอง หนองกระทุ่ม” ก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่ภาค 7

กองปราบตามรวบหัวหน้าแก๊ง “ปอง หนองกระทุ่ม” ก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่ภาค 7

     เมื่อวันที่ 26 ม.ค.62 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ยุทธิวัสส์ กล่ำกล่อมจิตร์ พ.ต.ท.เนติ วงษ์กุหลาบ พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ รอง ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รอง ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สว.กก.4 บก.ป. และร.ต.อ.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ ร.ต.อ.จิรัฏฐ์วัฒน์ กิจรุ่งเรืองเดช ร.ต.อ.เชษฐ์ศุภากร พิริยะพงษ์ รอง สว.กก.4 บก.ป. พร้อมด้วยตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายสมปอง มีแสง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 ม.4 ต.หนองกระทุ่ม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.460/2558 ลงวันที่ 3 ก.ย.58 ข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจรซึ่งได้มาจากการชิงทรัพย์ สภ.เมืองนครปฐม จับกุมได้ที่บริเวณโรงเรียนบ้านดอนงาม ต.นาใต้ อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี

     สืบเนื่องจากนายสมปอง ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งค์ ชิงรถจยย.โดยใช้ชื่อแก๊งค์ว่า ปอง หนองกระทุ่ม ซึ่งก่อเหตุในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 จ.นครปฐม เมื่อปี 58 ซึ่งมีประวัติการก่อคดีอาญาในข้อหา ชิงทรัพย์ฯ และรับของโจรฯ จำนวนหลายคดี มีหมายจับกว่า 9 หมาย และยังหลบหนีและไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน โดยแก๊งค์ของนายสมปอง มีจำนวน 4 คน 1.นายชิตณรงค์ พานสำอาง 2.นายขจรศักดิ์ หรืออาร์ต ยะยง และ3.นายกฤษณะ หรือโต๊ด วัตรครุฑ ซึ่งสมาชิก ที่เหลือถูกจับกุมตัวดำเนินคดีแล้ว เหลือเพียงนายสมปอง และนายชิตณรงค์ ที่ยังหลบหนีอยู่

     แก๊งค์ ปอง หนองกระทุ่ม” มีพฤติการณ์ก่อเหตุ ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยจะมุ่งเป้ารถจยย. ทุกยี่ห้อ และมีผู้หญิงเป็นผู้ขับขี่ ซึ่งแก๊งค์ “ปอง หนองกระทุ่ม” จะขับขี่รถจยย.ไปคันเดียวตระเวน ไปตามถนนหรือซอยเปลี่ยว เมื่อมีโอกาส จะขับขี่รถจยย.ประกบเป้าหมาย และทำการชิงรถจยย. โดยใช้เท้าถีบรถจยย. หรือใช้อาวุธเช่นไม้ หรือมีด ทำร้ายผู้ขับขี่รถจยย. ให้ล้มลง จากนั้นจะทำการชิงรถจยย. แล้วหลบหนีไป โดยนายสมปอง จะเป็นผู้นำรถไปขายให้กับนายแอ็ม นายแฮ๊ง และนายแฮ็ค ที่อยู่ย่าน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

     โดยจะนำรถไปส่งที่ อ.สังขละบุรี อ.หนองปรือ และ ต.หนองรี อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ในราคา คันละ 4,000-5,000 บาท ตามสภาพรถแล้วนำเงินมาแบ่งกันในแก๊งค์ หลังจากนั้นเอาเงินไปเที่ยวเตร่ ซื้อยาเสพติดมาเสพ เมื่อเงินหมด จึงได้ก่อเหตุในลักษณะเดิมอีกเนื่องจากได้เงินง่าย ต่อมาผู้เสียหายจึงได้เดินทางแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตามท้องที่ที่เกิดเหตุ ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.กำแพงแสน และ สภ.เมือง จ.นครปฐม ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับต่อศาล จ.นครปฐม จำนวน 9 หมาย

     1.หมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.460/2558 ลงวันที่ 3 ก.ย.58 ข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจรซึ่งได้มาจากการชิงทรัพย์ ของ สภ.เมืองนครปฐม

     2.หมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.429/2558 ลงวันที่ 19 ส.ค.58 ในข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน ของ สภ.เมืองนครปฐม

     3.หมายจับของศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.457/2558 ลงวันที่ 1 ก.ย. 58 ในข้อหา รับของโจรซึ่งได้มาจากการชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ไม้เป็นอาวุธ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และกระทำเพื่อค้ากำไร ของ สภ.กำแพงแสน

     4.หมายจับของศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.462/2558 ลงวันที่ 1ก.ย.58 ข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือรับของโจรซึ่งได้มาจากการชิงทรัพย์ ของ สภ.กำแพงแสน

     5.หมายจับของศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.464/2558 ลงวันที่ 3 ก.ย.58 ในข้อหา ร่วมกันรับของโจรซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดลักษณะชิงทรัพย์ ของ สภ.กำแพงแสน       

     6.หมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.466/2558 ลงวันที่ 3 ก.ย.58 ข้อหา ร่วมกันรับของโจรซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดลักษณะชิงทรัพย์ ของ สภ.กำแพงแสน

     7.หมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.483/2558 ลงวันที่ 9 ก.ย.58 ข้อหา ร่วมกันรับของโจรซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดลักษณะชิงทรัพย์ ของ สภ.กำแพงแสน

     8.หมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ 625/2558 ลงวันที่ 30 พ.ย.58 ข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือร่วมกันรับของโจรซึ่งได้มาจากการชิงทรัพย์ ของ สภ.กำแพงแสน

     9.หมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ 431/2559 ลงวันที่ 22 ก.ค.59 ข้อหา ร่วมกันรับของโจร ของ สภ.กำแพงแสน 

     จนกระทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบได้สืบสวนติดตามและทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่ที่บริเวณโรงเรียนบ้านดอนงาม ม.3 ต.นาใต้ อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบและจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครปฐม ดำเนินคดีต่อไป