‘กองปราบ’ รวบ นศ.วิศวะไฟฟ้า หนีคดีก่อม็อบเผาโรงพักถลาง

‘กองปราบ’ รวบ นศ.วิศวะไฟฟ้า หนีคดีก่อม็อบเผาโรงพักถลาง

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 62 เวลาประมาณ 14.00 น. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สนับสนุน บก.ป. พ.ต.ต.วชิระ อัมฤทธิ์ สว.กก.สนับสนุน บก.ป. นำกำลังจับกุม นายเสฎฐวุฒิ ตั้งจิตต์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/4 ม. 2 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 844/2558 ลงวันที่ 18 พ.ย.2558 ในข้อหา “ร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ,ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์อันเป็นสาธารณะและทรัพย์สินของแผ่นดิน,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์,ร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่,ร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ,ร่วมกันกีดขวาง ปิดกั้นการจราจรบนถนนหลวง” โดยจับกุมตัวได้ที่ บริเวณโรงอาหารมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ถ.เพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม.

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2558 ได้เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นและชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 4 บ้านดอน ต.เทพกระษัตรี และหมู่บ้านใกล้เคียงในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต รวมตัวกันนับร้อยคน ปิดล้อม สภ.ถลาง เนื่องจากไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามจับกุมสองวัยรุ่น ซึ่งต้องสงสัยครอบครองยาเสพติด จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุและส่งผลให้สองวัยรุ่นเสียคนดังกล่าวชีวิต ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายถึงขึ้นมีการวางเพลิงเผารถตำรวจและทำลายทรัพย์สินทางราชการ รวมถึงมีการใช้กำลังทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ จำนวนหนึ่ง ก่อนที่ต่อมาไม่นานสถานการณ์จะคลี่คลายลง

อย่างไรก็ตามภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานจากภากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงและพยานหลักฐานต่างๆ จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุประท้วงดังกล่าวรวมเกือบ 100 คน กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายเสฎฐวุฒิ ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ร่วมในเหตุความวุ่นวายดังกล่าว ปัจจุบันได้มานักศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ชั้นปีที่ 1 คณะสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวนนายเสฎฐวุฒิ ผู้ต้องหารายนี้ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด อีกทั้งในช่วงที่เกิดเหตุตนเองนั้นได้เดินทางไปพักผ่อนอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ร่วมในการก่อเหตุ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากบุคคลส่วนใหญ่ที่ถูกออกหมายจับนั้นมักจะเป็นบุคคลที่ถูกกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุจับภาพได้ในวันเกิดเหตุ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ถลาง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป