‘กองปราบ’ตามจับหนุ่มใหญ่ ฟันคู่กรณีเจ็บสาหัส ก่อนหลบหนีนาน 19 ปี

‘กองปราบ’ตามจับหนุ่มใหญ่ ฟันคู่กรณีเจ็บสาหัส ก่อนหลบหนีนาน 19 ปี

กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ,พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ป.สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์ รองผกก.๕ บก.ป. ปฏิบัติการโดย พ.ต.ต.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.๕ บก.ป., ด.ต.สมบัติ สองธานี และ ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ จันทร์ทอง ผบ.หมู่ กก.5 บก.ป.

ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเฉลิมชัย ขวัญเมือง อายุ 49 ปี ชาว ต.บางหมาก อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชุมพรที่ จ.116/2546 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2546 ซึ่งต้องหาว่า “สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น” (หลบหนีคดีนานเกือบ 19 ปี)

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2543 เวลาประมาณเที่ยงคืน นายเฉลิมชัย ขวัญเมือง ผู้ต้องหา, นายเอกพล เมฆปั่น (ถูกจับกุมแล้ว) และ นายไพโรจน์ ทิพย์กองลาศ (ถูกจับกุมแล้ว) ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ซึ่งขณะที่อยู่ภายในสถานบันเทิงดังกล่าวนั้น นายเฉลิมชัย นายเอกพล และ นายไพโรจน์ ได้กระทบกระทั่งมีปากเสียงกับ นายวทัญญู ภู่ขันเงิน (ผู้บาดเจ็บ) และ นายขจรศักดิ์ จันทวาส (ผู้บาดเจ็บ) ซึ่งอยู่โต๊ะข้างๆ เนื่องจากเต้นเบียดเสียดกัน

ต่อมาเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันเดียวกัน หลังจากที่สถานบริการดังกล่าวปิด นายเฉลิมชัย นายเอกพล และ นายไพโรจน์ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในอาการเมาสุรา กำลังยืนอยู่บริเวณร้านค้าใกล้ๆกับสถานบริการ กลุ่มผู้ต้องหาได้เห็น นายวทัญญู และนายขจรศักดิ์ อยู่บริเวณดังกล่าว จึงเดินเข้าไปหาเรื่องชกต่อย นายวทัญญู และ นายขจรศักดิ์ เห็นท่าไม่ดี จึงรีบขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกมา นายเฉลิมชัย จึงให้ นายเอกพล และ นายไพโรจน์ ยืมรถจักรยานยนต์ของตน เพื่อใช้ขับขี่ตามกลุ่มผู้บาดเจ็บ

โดยนายเอกพลฯ เป็นผู้ขับขี่ ส่วนนายไพโรจน์ เป็นผู้ซ้อนท้าย เมื่อ นายเอกพล และ นายไพโรจน์ ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมาถึงบริเวณแยกสุขเสมอ ถนนพิศิษฐพยาบาล ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร นายไพโรจน์ ได้ใช้มีดดาบฟัน นายวทัญญู และ นายขจรศักดิ์ เป็นเหตุให้ นายวทัญญู และ นายขจรศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้หลบหนีไป พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับผู้ต้องหาต่อศาล ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัว นายเอกพล และ นายไพโรจน์ ได้ ส่วนนายเฉลิมชัย ยังคงหลบหนีคดีอยู่

จนเมื่อวันที่ (1 ก.ย. 62) จากการสืบสวนติดตามผู้ต้องหารายนี้ทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ภายในซอยโพธารส ตำบลบางหมาก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ไม่ได้ประกอบอาชีพ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบนายเฉลิมชัย ผู้ต้องหา อยู่บริเวณดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงหมายจับให้ นายเฉลิมชัยดูและอ่านจนเข้าใจดีแล้ว นายเฉลิมชัย รับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวนี้จริงและไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีตามหมายจับดังกล่าวนี้มาก่อน จึงจับกุมตัวและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยผู้ต้องหาหลบหนีคดีมาเกือบ 19 ปี และผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา