‘กองปราบ’ รวบแล้ว ฟองเบียร์ สาว 23 มหาภัย หมายจับฉ้อโกง ยาวเป็นหางว่าว เหยื่อเพียบ

‘กองปราบ’ รวบแล้ว ฟองเบียร์ สาว 23 มหาภัย หมายจับฉ้อโกง ยาวเป็นหางว่าว เหยื่อเพียบ

วันที่ 6 ต.ค. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.จิราพร หรือฟองเบียร์ จิตรฤทธิ์ อายุ 23 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 1029/2562 ลงวันที่ 15 ก.ค. 2562 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชนและนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์”

หมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 318/2562 ลงวันที่ 10 มิ.ย.2562 ข้อหา “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉ้อโกงประชาชน”และ
หมายจับของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 24/2562 ลงวันที่ 14 ม.ค.2562 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน ,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ,จำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมประพฤติ” โดยจับกุมได้ที่ ซ.พหลโยธิน 52 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.

การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายอาชีพขับรถจักรยานยนต์ส่งสินค้าเข้าแจ้งความกองปราบปรามว่า ถูกน.ส.จิราพร ซึ่งรู้จักกันเพียงไม่กี่เดือนในฐานะลูกค้าได้ขอยืมเลขบัญชีธนาคาร โดยอ้างว่าญาติจะโอนเงินค่าเช่าห้องมาให้ แต่บัตรเอทีเอ็มของน.ส.จิราพรหายไป จากนั้นก็มีเงินโอนมาเข้าบัญชีหลายครั้ง รวมแล้วเกือบ 5 หมื่นบาท ทางน.ส.จิราพรได้บอกให้ผู้เสียหายไปกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มแล้วฝากเข้าบัญชีคนอื่นต่อ

จากการตรวจสอบประวัติน.ส.จิราพร พบเป็นบุคคลตามหมายจับที่กองปราบฯ ต้องการตัว (MOST WANTED) โดยมีพฤติกรรมใช้เฟซบุ๊กชื่อ “รักมาก มากรัก” ใช้รูปผู้หญิงคนอื่นหลอกขายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน ในราคาต่ำกว่าท้องตลาดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ครั้งละ 5,000 – 10,000 บาท ผู้ต้องหาก็บล็อกเฟซบุ๊กหนีไป

เมื่อปลายปี 2561 ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมในคดีลักษณะดังกล่าว แต่ประกันตัวออกมาก่อเหตุอย่างต่อเนื่องจนมีหมายจับของ สน.ดุสิต, สน.บางขุนเทียน, สภ.เมืองสุพรรณบุรี และสภ.สระแก้ว ในข้อหา “ฉ้อโกง และฉ้อโกงประชาชน” และมีผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ยังไม่ได้แจ้งความอีกจำนวนมาก รวมถึงคดีที่ผู้เสียหายไปแจ้งความกับคนที่น.ส.จิราพร ยืมเลขบัญชีธนาคารไป โดยเจ้าของบัญชีไม่ทราบเรื่อง

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า น.ส.จิราพร หลบหนีมาเปิดร้านอาหารอยู่ย่านสายไหม จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อน.ส.จิราพร เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมไว้ได้

จากการสอบสวน น.ส.จิราพร ให้การรับสารภาพว่า ได้ยืมเลขบัญชีธนาคารของผู้เสียหายจริง โดยหลอกว่าจะมีญาติโอนเงินมาให้ แต่จริงๆ แล้วเป็นเงินที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อ เนื่องจากตนเองถูกธนาคารขึ้นบัญชีดำไม่ให้เปิดบัญชี ตนจึงออกอุบายขอยืมบัญชีธนาคารผู้อื่นทั้งของแฟนหนุ่ม เพื่อน ญาติพี่น้อง หรือลูกจ้างในร้านอาหารมาใช้หลอกลวงเหยื่อ

ทั้งนี้ ได้ก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2558 โดยนำรูปโทรศัพท์มาจากเว็บไซต์ต่างๆ มาโพสต์ขายในราคาถูก บางครั้งจะมีการไลฟ์สด แต่สินค้าที่โชว์จะเป็นแค่กล่องเปล่าเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ จากนั้นนำเงินที่ได้ไปเล่นพนันออนไลน์และใช้จ่ายส่วนตัว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งสน.ดุสิต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป