รวบ “ครูน๊อต” ยักยอกเงินค่าเทอมนักเรียนกว่า 30 ราย

รวบ “ครูน๊อต” ยักยอกเงินค่าเทอมนักเรียนกว่า 30 ราย

“รวบครูน๊อต อดีตเลขา ผอ. สถานบันการศึกษาชื่อดัง ผู้ต้องหายักยอกเงินค่าเทอมนักเรียนกว่า 30 ราย”

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก., พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป, พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา รอง ผบก.ป. , พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ,พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม ,พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง , พันตำรวจโท ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น และ พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.ณัฐวุฒิ มงคลการ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมชุดปฏิบัติการ 6 กก.5 บก.ป.  นำกำลังเข้าจับกุม นายธีรภัทร (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.615/2562 ลงวันที่ 3 ธ.ค. 62 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ยักยอก” และหมายจับในความผิดลักษณะเดียวกันอีก 36 หมาย (รวมทั้งหมด 37 หมายจับ)

ก่อนเกิดเหตุ ในช่วงเดือน มีนาคม 2561 นายภีรภัทร ผู้ต้องหา เป็นเลขาผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง มีหน้าที่ในการเร่งรัดเก็บเงินค่าเทอมของนักนักศึกษาภายในสถานบันดังกล่าว โดยปกตินักศึกษาจะจ่ายค่าเทอมให้ผู้ต้องหา ทั้งการโอนเงิน และการจ่ายเงินสด ผู้ต้องหานี้ก็จะโอนเงินดังกล่าวรวบรวมส่งมอบให้โรงเรียน แต่ภายหลังผู้ต้องหาแอบเอาเงินค่าเทอมนักศึกษาไปใช้จ่ายส่วนตัว ภายหลังผู้ต้องหาได้ขอลาออกไป

โดยภายหลังสถาบันการศึกษาได้สอบถามถึงค่าเทอมจากนักศึกษาที่ยังไม่ชำระเงิน ปรากฎว่านักศึกษาเหล่านั้นได้จ่ายเงินค่าเทอมให้กับผู้ต้องหาหมดแล้ว เป็นเหตุทำให้กลุ่มนักศึกษาผู้ที่ได้รับความเสียหาย และรวมตัวกันแจ้งความที่ สน.อุดุมสุข
โดยต่อมาพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องร้องทุกข์จากกลุ่มผู้เสียหาย และได้ออกหมายเรียกแต่ผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวน จนเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข ต้องขออนุมัติศาลจังหวัดพระโขนงออกหมายจับ จำนวน 37 หมายจับ มูลค่าความเสียหายกว่า 600,000 บาท

ผู้บังคับบัญชาเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีผู้เสียหายเป็นนักศึกษา ซึ่งถือได้ว่าเป็นอนาคตของชาติ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม และชุดสืบสวน สน.อุดมสุขและ สน.ประเวศ ออกติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ปรากฏตัวอยู่บริเวณถนนเสรีไทย แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกสืบสวนหาข่าว และวางเฝ้ารอจนกระทั่งเวลา 16.30 น. (วันที่ 25 ธ.ค. 62) ก็พบผู้ต้องหาปรากฎตัวจึงได้แสดงตัวและแสดงหมายจับให้ตรวจสอบ รับเป็นบุคคลตามหมายจับจริงไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดในคดีนี้จริง โดยได้นำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดไปเที่ยวเตร่ และเล่นการพนัน จึงได้ทำการควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป