กองปราบรวบ ผู้ต้องหาร่วมกันพยามฆ่าเจ้าพนักงาน หลบหนีด่านตรวจค้น

กองปราบรวบ ผู้ต้องหาร่วมกันพยามฆ่าเจ้าพนักงาน หลบหนีด่านตรวจค้น

ด้วย กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.,พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา , รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.,พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม,พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ,พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย, รอง ผกก.๕ บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจับกุม กก.5 บก.ป. นำโดย พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป.กับพวก  ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายศุภชัย หรือ กฤษณะ พรหมราช อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ที่ จ.78/2554 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 ในความผิดฐาน “ร่วมพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1” จับกุมได้ที่บริเวณริมถนนพุทธมณฑลสาย 2 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ เมื่อ วันที่ 9 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 14.00 นาฬิกา

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 เวลาประมาณ 22.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจ ออกตรวจท้องที่รับผิดชอบ เมื่อถึงบริเวณที่เกิดเหตุ บริเวณ หน้า รพ.ราษฎร์ยินดี ถนนราษฎร์ยินดี ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้พบกับชายวัยรุ่นสองคนขับขี่จักรยานยนต์ผ่านมาท่าทางพิรุธ ทราบชื่อภายหลังคือ นายศุภชัย หรือนายวิว เป็นผู้ขับขี่ และ นายกิตติพันธ์ หรือนายเซนส์ เป็นผู้ซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น ผู้ต้องหาทั้งสองจึงขับรถจักรยานยนต์หลบหนี และนายศุภชัยฯผู้ต้องหานี้ ได้ใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ที่พกติดตัวมา ยิงใส่ตำรวจสายตรวจ แต่กระสุนได้เฉี่ยวไป เนื่องจากผู้ต้องหายิงขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ติดตามไป ผู้ต้องหาทิ้งรถจักยานยนต์วิ่งหลบหนี จนตามจับกุมตัว นายกิตติพันธ์ หรือเซนส์ คนซ้อนท้าย มาดำเนินคดีได้ และพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนออกหมายจับ นายศุภชัยฯตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลาที่ จ.78/2554 โดยนายศุภชัยฯมือปืนได้หลบหนีออกจาก อ.หาดใหญ่ และเปลี่ยนชื่อเป็นนายกฤษณะ โดยหลบหนีไปอยู่ ที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ภูเก็ต หลายปี ต่อมาได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมเวลาหลบหนีคดีเกือบ 10 ปี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้สืบสวนจนทราบแหล่งกบดาน จึงได้ติดตามไปจับกุมตัว พบผู้ต้องหานี้ อยู่บริเวณริมถนนพุทธมณฑลสาย 2 จึงเข้าทำการจับกุมตัวสอบถามผู้ต้องหาแล้วเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับและไม่เคยถูกจับมาก่อน จึงได้จับกุมตัว เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่มีเจตนาจะยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพียงแต่ยิงเพื่อเปิดทางหลบหนีเท่านั้น จึงได้ควบคุมตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป