กองปราบจับ เด็กแว้นหัวร้อนร่วมกันจ้วงแทงหนุ่มปางตายหน้าโรงพัก ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เหตุไม่พอใจบีบแตรรถใส่

กองปราบจับ เด็กแว้นหัวร้อนร่วมกันจ้วงแทงหนุ่มปางตายหน้าโรงพัก ไม่เกรงกลัวกฎหมาย เหตุไม่พอใจบีบแตรรถใส่

ด้วย กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ,พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา รอง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น รอง ผกก.5 บก.ป. , พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย  สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายกีรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี  ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ตที่ 758/2558 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2558 ความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และ พาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร” จับกุมได้ที่บริเวณถนนหน้าห้างภูเก็ตโกรเซอร์รี่ ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563  เวลาประมาณ  16.00 น.

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 02.40 น. ขณะที่นายสุรศักดิ์ ผู้เสียหาย ขับรถยนต์กระบะกำลังขึ้นเขาป่าตอง ได้มีกลุ่มวัยรุ่นของนายกีรติฯ ขับรถจักรยานยนต์ประมาณ 10 คัน อยู่ด้านหน้าในลักษณะเต็มถนน นายสุรศักดิ์ฯ จึงได้บีบแตรให้สัญญานเพื่อแซง และได้ขับรถแซงกลุ่มวัยรุ่นของนายกีรติฯ ทำให้กลุ่มวัยรุ่นของนายกีรติฯไม่พอใจ ขับรถไล่ติดตามรถของนายสุรศักดิ์ฯ นายสุรศักดิ์ฯรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงได้ขับรถหนีมุ่งหน้ามายัง สภ.ป่าตอง เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เนื่องจากนายสุรศักดิ์ฯขับรถหนีด้วยความเร็ว จึงได้ขับเลยทางเข้า สภ.ป่าตอง นายสุรศักดิ์ฯจึงได้จอดรถด้านนอก สภ.ป่าตอง ขณะเดียวกันกลุ่มวัยรุ่นของนายกีรติฯ ได้ขับรถตามมาทัน และ นายกีรติฯพร้อมพวกจำนวน 3 คน ได้เข้าไปทำร้ายและใช้อาวุธเป็นเหล็กขูดชาร์ปแทงนายสุรศักดิ์ฯ เข้าที่บริเวณหน้าท้อง จำนวน 1 ครั้ง แล้วแยกย้ายกันหลบหนี ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับ นายกีรติฯ กับพวก รวมจำนวน 3 คน เจ้าหน้าที่ได้จับกุมได้แล้วจำนวน 2 คน ยังคงเหลือนายกีรติฯ หลบหนีอยู่ จนกระทั้งสืบทราบว่า ภรรยาของนายกีรติฯ มาทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินาค้าแห่งหนึ่งใน ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยที่นายกีรติฯ จะมารับส่งเป็นประจำ จึงนำกำลังติดตามจับกุมได้ที่หน้าห้างสรรพสินค้าดังกล่าว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป