กองปราบตามรวบสมาชิกแก๊งผู้ใหญ่บ้านเมืองกาญจน์ ปลอม ภบท.5 หลอกจำนำ

กองปราบตามรวบสมาชิกแก๊งผู้ใหญ่บ้านเมืองกาญจน์ ปลอม ภบท.5 หลอกจำนำ

กองบังคับการปราบปรามได้ร่วมกันจับกุม น.ส.โสพร (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี  ที่ มจ.64 / 2561  ลงวันที่ 20  กุมภาพันธ์ 2561 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ และร่วมกันปลอมแปลงเอกสารทางราชการและใช้เอกสารทางราชการปลอม” และมีหมายจับคดีเกี่ยวกับฉ้อโกงและปลอมเอกสารท้องที่อื่นอีก จำนวน 5 หมายจับ

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี พ.ศ.2560 น.ส.โสพรฯ ผู้ต้องหา กับผู้ใหญ่พร ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ที่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และนางจิ๊บ ภรรยาน้อยผู้ใหญ่พร ได้ร่วมกันปลอมเอกสารใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ หรือ ใบ ภบท.5 ซึ่งผู้ใหญ่พร จะเป็นคนดำเนินการเรื่องปลอมเอกสาร ใบ ภบท.5 ทั้งหมด จากนั้นจะให้นางจิ๊บ นำใบ ภบท.5 มาให้ผู้ต้องหาเพื่อให้ผู้ต้องหานำใบ ภบท.5 ปลอมไปหลอกจำนำกับนายทุนเงินกู้ในจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดใกล้เคียง  โดยจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้กับผู้ต้องหา 10% ของยอดเงินที่จำนำได้  โดยในเอกสารใบที่ดิน ภบท.5 ที่ปลอมทุกใบนั้น ผู้ใหญ่พรจะใส่ชื่อผู้ต้องหาเป็นเจ้าของที่ดินทุกแปลงเพื่อให้น่าเชื่อถือเวลาไปจำนำ ซึ่งในการจำนำนั้นผู้ต้องหาจะยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าทั่วไปเพื่อจูงใจให้นายทุนรับจำที่ดินดังกล่าวโดยง่าย และจะอ้างว่าเนื่องจากต้องการนำเงินไปลงทุนทำธุรกิจ   เมื่อผู้รับจำนำหลงเชื่อ ผู้ต้องหาก็จะมอบเอกสารใบที่ดิน ภบท.5 ไว้เป็นหลักประกันเงินกู้ของตนเอง และหากผู้ต้องหาผิดนัดชำระหนี้จะยินยอมให้ผู้รับจำนำยึดที่ดิน ภบท.5 ดังกล่าวได้ทันที ต่อมาหลังจากที่ผู้ต้องหาผิดนัดไม่มาไถ่ถอนตามที่ตกลงกันไว้ ผู้รับจำนำจึงยึดที่ดินดังกล่าวมาเป็นของตนเอง แต่ไม่สามารถติดต่อให้ผู้ต้องหามาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่รับจำนำไว้มาเป็นของตนได้ จึงได้ไปติดต่อที่องค์การบริหารส่วนตำบลที่ดินแปลงดังกล่าว เพื่อตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าที่ดินตามเอกสารใบ ภบท.5 ที่ผู้ต้องหานำมาจำนำไว้นั้น เป็นใบ ภบท.5 ปลอม ทำให้ผู้เสียหายทราบว่าถูกผู้ต้องหาหลอก จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาและพวก  

 

จนกระทั่งวันที่ 21 ก.พ.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. สืบสวนทราบว่า น.ส.โสพรฯ ผู้ต้องหามาพักอาศัยที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ จ.นครปฐม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบผู้ต้องหาอยู่บริเวณดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายให้ผู้ต้องหาดู โดยผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริง และยังไม่เคยถูกจับดำเนินคดีตามข้อหาในหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด จึงได้เเจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ตนเองร่วมกับผู้ใหญ่พรเเละนางจิ๊บ ร่วมกันปลอมเอกสารที่ดิน ใบ ภบท.5 โดยผู้ใหญ่พรและนางจิ๊บจะเป็นคนจัดการเรื่องเอกสารใบ ภบท.๕ ส่วนตนเองมีหน้าที่นำใบ ภบท.๕ ไปจำนำกับนายทุนในท้องที่ จ.กาญจนบุรีและใกล้เคียง โดยตนเองได้ค่านายหน้า 10% จากราคาจำนำ

และจากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหา มีหมายจับลักษณะดังกล่าวอีกจำนวน 5 หมายจับในพื้นที่ จ.กาญจนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง และยังตรวจสอบพบว่าที่พื้นที่ จ.กาญจนบุรี มีปัญหาการหาผลประโยชน์จากการออกใบเอกสารที่ดิน ภบท.5 ปลอมในหลายท้องที่ เนื่องจากเอกสารที่ดินใบ ภบท.5 นั้น คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นเอกสารกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ตนซื้อมาจากชาวบ้าน แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงเอกสารที่องค์การบริหารส่วนตำบลจัดเก็บรายได้ภาษีบำรุงท้องที่เท่านั้น ไม่สามารถยืนยันการกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินได้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงมีการอาศัยช่องโหว่ของคนที่ต้องการที่ดินตามพื้นที่ป่าเขาเพื่อที่จะนำมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง โดยให้ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ออกใบ ภบท.5 ให้กับเจ้าของที่ดิน เพื่อเป็นหลักฐานการถือครองที่ดินที่ตนเองซื้อมา